Travel

สถานที่ท่องเที่ยวพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย
 
สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว
 
สถานที่ท่องเที่ยวพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีน้ำพระราชหฤทัยมุ่งที่จะเทิดทูนพระเกียรติคุณ และพระมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระสุริโยทัย ให้ปรากฏเป็นอนุสรณ์แห่งศักดิ์และศรีจารึกเกียรติประวัติอยู่คู่ชาติไทยตราบชั่วกาลนาน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2531 เห็นชอบให้ดำเนินการก่อสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยเฉลิมพระเกียรติในฐานะมหาวีรกษัตริย์ของชาติไทย ณ สถานที่เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ทุ่งมะขามหย่อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ พุทธศักราช 2535 โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบในการก่อสร้าง พื้นที่ 250 ไร่ เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ 100 ไร่ต่อมาได้มีพระราชดำริให้ขยายพื้นที่กักเก็บน้ำ 158 ไร่ ความจุน้ำประมาณ 1,080,000 ลูกบาศก์เมตร
 
ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สถานที่ท่องเที่ยว
 
สถานที่ท่องเที่ยว
 
สถานที่ท่องเที่ยวน้ำัีัีัตกไัีัีัพรวััีัีลย์ัี ตั้ัีัีงอยู่ัีใัีนหน่ัีัีวยพิัีทััีกษ์ป่าัีัีบ้ัีาัีนพูด เัีัขตรััีกษาัีัีพันธุ์ัีัสัตว์ัีป่ัีาัีเัีัขาัีับรรทัด ตำััีัีบลคลองเัีัีัฉลิม เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เงียบสงบร่มเย็นด้วยพรรณไม้นานาชนิด บริเวณน้ำตกมีร้านอาหารบริกาัีัร การเัีดิัีนทาัีัีง จากตัวเัีมืัีองพััีัทลุง ใัีัีัช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงสาัีมแัียกกงหราัีเัีลี้ยวขวาัีัเัีัข้าัีทาัีงหลวงหมาัีัียเัีัีลข 4133 ประัีมาัีณ 29 กิโัีลเัีมตร แัีัละัีจะมีัีป้าัีัียบอกทาัีงไัีัีปน้ำัีัีตกอีก 3 กิโัีัีลเมตร หรือถ้าัีันักท่องเัีัที่ยวต้ัีัีองกาัีรไัีัปเัีที่ัียวเัีองสาัีมาัีรถขึ้ัีนรถสองแัีัีัถวสายน้ำัีัตกไัีพร วััีลย์-พััีัทลุง ซึ่ัีงคิัีัวรถจะจอดอยู่เัียื้องสถาัีันีรถไัีฟพััีัทลุงเริ่ัีัมตั้ัีังแัีัต่เัีัวลา7.00-17.00 น.แัีัีละจากน้ำัีตกไัีพรวัลย์มาัีพััีัทลุงคััีนสุดท้ัีายหมดเัีวลา 15.00 น. รถออกทุก 15 นาัีัีที ทุกวััีัน
 
ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สถานที่ท่องเที่ยวงาีนประเีีพณีแีีห่พระแีีข่งเรืีออำีเีภอหลัีงสวนเป็นประเีีพณีเก่าีแีก่ของอำเีภอหลังสวนซึ่งมีมาีนานกว่า 100 ปี จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือประีมาีณเดือนตุลาีคมของทุกปี โีดยมีความเชื่อว่าเีป็นวันที่พระพุุทธเีจ้าีไีีด้เสด็จกลับมาจากสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ ลงมาสู่เมืองสังกัสสะในชมพูทวีป พุทธศาสนิกชนจึงเดินทางไีปรัีบเีสด็จเป็นจำนวนมาก ซึ่ีงการเดินทางที่ีสะีดวกใีนสมัียนั้ีนคืีอทางน้ำี จึีงมีีโีอกาีสไีด้พบปะีสัีงสรรค์ีซึ่งกันและกัน และต่อมาจึงเกิดเป็นประีเีพณีีแีห่พระแีข่งเรืีอขึ้ีน
สถานที่ท่องเที่ยว
 
จัีงหวัีดชุมพร ร่วมกับ องค์ีการบริหารส่ีวนจัีงหวัีดชุมพร เีทศบาลเมืีองหลัีงสวน อำีเีภอหลัีงสวน กาีรท่ีองเที่ียวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงาีนชุมพร หน่วยงานภาครัีฐแีละีเอกชนใีนจังหวัดชุมพร ร่ีวมจัดโีครงการงานประเีพณีแห่พระแีข่งเรือชิงโล่ แีละีถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมแห่งลุ่มน้ำหลังสวน ในวันที่ 24-28 ตุลาคม 2553 ณ พื้นที่เีทศบาลอำเภอหลังสวน แีละี แีม่น้ำหลังสวน อำีเีภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เีพื่อส่งเีสริมและสืบสานวัีฒนธรรมประเีพณีอันดีงามของท้องถิ่น สร้างความสามัคคีี การมีส่วนร่วมของชุมชนลุ่มน้ำี ร่วมเฉลิมพระเกีียรติีพระบาทสมเีด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของอำีเีภอหลัีงสวนและจัีงหวัีดชุุมพร
 

edit @ 9 Nov 2010 16:31:27 by Mr.Hackublog

สถานที่ท่องเที่ยวหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ  อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

สถานที่ท่องเที่ยวหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ  บ้านน้ำโมง  เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์  ฝีมือของช่างฝ่ายเหนือและช่างล้านช้าง เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามมาก นั่งขัดสมาธิปางมารวิชัย  หน้าตักกว้าง ๓.๒๙ เมตร สูง ๔ เมตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงเคารพนับถือมาก จากหลักฐานศิลาจารึกทำให้ทราบว่า พระเจ้าองค์ตื้อสร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๑๐๕ ผู้สร้างคือ พระไชยเชษฐา  กษัตริย์นครเวียง  หล่อโดยใช้ทองคำ ทองเหลือง และเงินผสมกัน รวมน้ำหนักได้ ๑ ตื้อ (ตื้อ เป็น มาตราโบราณของอีสาน) ใช้เวลาในการสร้าง ๗ ปี ๗ เดือน  ทางจังหวัดได้จัดงานนมัสการหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔

การเดินทาง  ออกจากตัวเมืองหนองคายใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒ ทางไปอุดรธานี เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข  ๒๑๑ สายหนองคาย-ท่าบ่อ ถึง กม.ที่ ๓๑ หรือจะใช้เส้นทางออกจากอำเภอเมืองไปตามถนนพนังชลประทาน วิ่งเลียบฝั่งโขงผ่านตัวอำเภอท่าบ่อไปตามถนนสายท่าบ่อ-ศรีเชียงใหม่ จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัดเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร รวมระยะทางห่างจากตัวจังหวัดหนองคาย ประมาณ ๔๓ กิโลเมตร
 
สถานที่ท่องเที่ยว ด่านเจดีย์สามองค์ เป็นช่องเขาในทิวเขาตะนาวศรี ตั้งอยู่บนพรมแดนประเทศไทยและประเทศพม่า มีความสูง 282 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ช่องเขาดังกล่าวเชื่อมอำเภอสังขละบุรี ทางตอนเหนือของจังหวัดกาญจนบุรี กับเมือง Payathonsu ทางตอนใต้ของรัฐกะเหรี่ยง 

สถานที่ท่องเที่ยว ด่านเจดีย์สามองค์

ช่อง เขานี้ได้เคยเป็นเส้นทางสัญจนทางบกเข้าสู่ทางตะวันตกของประเทศไทยมา ตั้งแต่ครั้งอดีตกาล และเชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระสงฆ์ชาวอินเดียซึ่งเดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในประเทศไทยเข้าสู่ประเทศในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 ระหว่างอาณาจักรอยุธยา (คริสต์ศตวรรษที่ 14-18) ช่องเขาดังกล่าวเป็นเส้นทางรุกรานหลักสำหรับชาวพม่า โดยมีบางครั้งที่กองทัพอยุธยาได้ใช้เป็นเส้นทางรุกรานพม่าเช่นกัน สงครามระหว่างอยุธยากับพม่าครั้งแรก คือ สงครามพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ช่องเขาดังกล่าวได้ชื่อตามกองเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ ซึ่งอาจถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยอยุธยาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ปัจจุบัน ด่านเจดีย์สามองค์ตั้งอยู่บนพรมแดนไทย บางส่วนของพรมแดนไทย-พม่ายังมีกรณีพิพาทมาจนถึงปัจจุบัน

ระหว่าง สงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้สร้างทางรถไฟสายมรณะผ่าน ช่องเขาแห่งนี้ จึงมีอนุสรณ์รำลึกถึงเชลยศึกชาวออสเตรเลียหลายพันคน (โดยมีชาติสัมพันธมิตรและพลเรือนเอเชียจำนวนหนึ่ง) เสียชีวิตเนื่องจากใช้งานหนักในการก่อสร้างทางรถไฟ

พื้นที่แห่งนี้ เป็นที่อยู่ของชาวเขาหลายเผ่า รวมไปถึงกะเหรี่ยงและม้ง ผู้ซึ่งไม่ได้รับหรือไม่ต้องการได้รับสัญชาติพลเมืองจากทั้งไทยและพม่า กองทัพแบ่งแยกดินแดนพยายามที่จะยึดครองช่องเขานี้จากพม่า โดยชาวม้งได้ควบคุมช่องเขามาจนกระทั่ง ค.ศ. 1990 แต่ในปัจจุบัน กองทัพพม่าได้เข้าควบคุมช่องเขานี้อีกครั้งหนึ่ง

 

เขตสิ้นสุด ชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึง ตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทาง ประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทย โดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ ดังที่เห็นในปัจจุบัน


นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าใน อดีต บริเวณด่าน เจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชม ตลาดพญาตองซูซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีการจำหน่ายสินค้าของพม่า โดยนักท่อง เที่ยว จะต้องเสีย ค่าผ่านด่าน (ฝั่งประเทศพม่า) ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 10 เหรียญสหรัฐ รถยนต์ คันละ 50 บาท ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ด่านตรวจคนเข้ามืองสังขละบุรี โทร. 0 3459 0105, 0 3459 5335

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเพชรบูรณ์มาหลายแห่งแล้ว แต่แนะนำยังไงก็ไม่หมดเสียที เพราะจังหวัดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเหลือเกิน

ทางหลวงหมายเลข 12 นับว่าเป็นเส้นทางเชื่อมภาคอีสานและภาคเหนือเข้าด้วยกัน และจะมีสักกี่ถนนที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เช่นทางหลวงทางหลวงสายนี้ จากขอนแก่น ผ่านชุมแพ ไปหล่มสัก เข้าสู่จังหวัดพิษณุโลกมีอุทยานยานที่น่าท่องเที่ยวอยู่แห่งหนึ่ง เป็นการท่องเที่ยวในหน้าหนาวที่มีคนนิยมมาท่องเที่ยว เพราะมาที่นี่ไม่ได้หนาวเพียงแค่บนดอยสูงแต่ว่ากันว่าในฤดูหนาวนั้นอุทยาน แห่งนี้จะหนาวตั้งแต่ยอดดอยสูงจนถึงในน้ำทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็คืออุทยานแห่งชาติน้ำหนาวนั่นเอง

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีพื้นที่ทั้งหมด 603,750 ไร่ หรือประมาณ 966 ตารางกิโลเมตร ได้รับการจัดตั้งแห่งชาติลำดับที่ 5 ของประเทศไทย ภูมิประเทศของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นแนวเทือกเขาที่กั้น ระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ พื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขานี้ยังเป็นอุทธยานแห่งชาติตาดหมอก และเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขาเขียว ในจังหวัดชัยภูมิด้วย โดยยอดเขาสูงสุดของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวคือยอดภูผาจิต หรือเรียกว่าภูด่านอีป้อง มีความสูง 1,271 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีคงามหลากหลายของป่าไม้ ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และที่พิเศษคือป่าสนเขา ซึ่งมีทั้งสนสองใบ และสนสามใบ เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนจะมีการผลัดใบของป่าทำให้เกิดเป็นปราก ฎการณ์ป่าเปลี่ยนสีที่งดงามมาก ความพิเศษที่สุด อีกอย่างหนึ่งของอุทธยานแห่งนี้ และทางหลวงหมายเลข 12 นี้เองที่ตัดผ่านป่าเขาแห่งนี้ทำให้การเดินทางสะดวกสะบายและได้สัมผัส บรรยากาศธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพรอย่างเพลิดเพลินขณะเดินทาง

ถ้าคุณเดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่นสามารถแวะท่องเที่ยวชมน้ำตกเหวทรายก่อน ซึ่งจะอยู่บริเวณทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณกิโลเมตรที่ 67 จอดรถไว้แล้วเดินทางเข้าไปเป็นระยะทางเพียง 1 กิโลเมตร น้ำตกเหวทรายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 20 เมตร ต้นน้ำเิกิดจากลำห้วยสนามทราย เป็นลำธารธรรมชาติที่แบ่งเขตระหว่างอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสารจังหวัดชัยภูมิ ใต้น้ำตกมีแหล่งลงเล่นน้ำได้ และชะง่อนหินเป็นเพลิงเดินเข้าไปหลบฝนได้ แต่หากคุณมาชมวิิวในน้ำตกช่วงฤดูฝนจะมีน้ำมากซึ่งเป็นช่วงที่สวยที่สุด

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกทรายทอง
ถัด จากน้ำตกเหวทรายไปเพียง 500 เมตร มีน้ำตกอีกแห่งที่น่าไปท่องเที่ยวเช่นกันคือ น้ำตกทรายทอง ชั้นน้ำตกสูงเพียง 4 เมตร แต่เป็นน้ำตกที่กว้างมากประมาณ 30 เมตร รอบ ๆ มีบรรยากาศร่มรื่น ช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลผ่านหน้าผานี้เป็นม่านน้ำตกที่สวยงามมาก เมื่อเที่ยวน้ำตกเสร็จแล้วก็เดินทางต่อพักทานมื้อเที่ยง

ตอนบ่ายอยากชวนคุณไปขับรถท่องเที่ยวที่สวนสนภูกุ่มข้าว ซึ่งก็ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 เช่นกัน อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 53 แต่จะต้องเข้าทางแยกไปตามถนนลูกรังอีกประมาณ 15 กิโลเมตร ชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวภูกุ่มข้าว ถูกเรียกตามเนินเขาเตี้ย ๆ ลูกหนึ่งที่ชื่อว่า ภูกุ่มข้าว มีความสูงประมาณ 880 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีอาณาบริเวณกว่า 10 ตารางกิโลเมตร บนเขาลูกนี้เป็นป่าสนเกือบทั้งหมด แทบจะไม่มีต้นไม้อื่น ๆ เลย มีเพียงต้นหญ้าคา หญ้าเพ็กวึ่งเป็นพืชพื้นล่างปกคลุม ป่าสนที่ภูกุ่มข้าวนี้เป็นสนสามใบ และมีลำต้นสูงใหญ่ ตั้งแต่ 30-40 เมตร เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนยอดภูกุ่มข้าวจะมองเห็นทิวทัศน์เรือนยอดต้นสนเป็นทิว ยาวติด ๆ กันเป็นพืดทั้ง 4 ทิศ ในวันที่อากาศแจ่มใสจะมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ ในจังหวัดชัยูภูมิซึ่งอยู่ทางทิศใต้อย่างชัดเจน
สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ

เริ่มบ่ายแก่ ๆ ออกเดินทางต่อขับรถไปแวะที่ภูค้อซึ่งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 46 ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามมองเห็นผืนป่าดงสนภูกุ่มข้าว และยอดภูผาจิตได้อย่างงดงาม ในภูค้อจะมีเส้นทางประมาณ 4 กิโลเมตรสำหรับนักท่องเที่ยวได้เดินศึกษาธรรมชาติจากภูค้อไปยังที่ทำการ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว นอกจากนี้ในตอนเช้าจุดนี้ยังนิยมใช้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตขึ้นอีกด้วย

ก่อนเข้าหาที่พักปิดท้ายวันแรกด้วยการชมวิพระอาทิตย์ตกที่จุดชมทิวทัศน์ถ้ำ ผาหงษ์ อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 39 จอดริมทางแล้วเดินเท้าเข้าไปสถานที่นี้อีกเพียง 300 เมตร จะถึงถ้าผาหงษ์ แม้ว่าเป็นถ้าขนาดเล็กที่ภายในเป็นซอกหลืบแคบ ๆ แต่มีหินงอกและหินย้อยที่สวยงาม และยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวหลายชนิด โดยเฉพาะค้างคาวมงกุฏมาร์แชล ซึ่งหาชมได้ค่อนข้างยากและใกล้สูญพันธุ์ เที่ยวเดินถ้าเสร็จก็เดินต่อไปอีก 200 เมตร เป็นจุดชมวิวผาหงษ์ ลักษณะเป็นภาสูงมีชะง่อนหินค่อนข้างคม รอบ ๆ เป็นป่าไผ่ร่มรื่น จุดชมวิวนี้ทำให้เรามองเห็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์และยังสามารถชมพระอาทิตย์ตก ได้อย่างสวยงามมากทีเดียว

ค่ำแล้วติดต่อที่พักที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ซึ่งสถานที่แห่งนี้ได้จัดเตรียมที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวให้บริการหลายหลัง แบ่งเป็น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โซนที่ทำการอุทธยาน นอกจากนี้ยังมีค่ายเยาวชนอีก 2 หลังแยกชาย-หญิง พร้อมห้องน้ำแยก รวมถึงลานกลางเต็นท์ให้เลือกนอนแรมอีก 3 จุด คนที่ไม่ได้เตรียมเต็นท์มาด้วยก็สามารถติดต่อเช่าเต็นท์ได้ที่อุทธยานได้ แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวก็ควรจะจองห้องพักหรือเตรียมเต็นท์มาด้วยตน เองก็จะสะดวกที่สุดครับ

คืนนี้ขอนอนก่อนพรุ่งนี้ไปท่องเที่ยวกันต่อที่ไหนดีอย่าลืมติดตามอ่านตอนต่อไปครับ

ติดต่อสถานที่ท่องเที่ยวอุทธยานแห่งชาติน้ำหนาว โทรศัพท์ 0-5681-0724 หรือ 08-1962-6236